สวัสดีคับ...ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน
จากบทความ...คราวที่แล้วที่ผมบอกว่าจะมาเปรียบเทียบให้ดูว่า..ธุรกิจเครือข่ายกับแชร์ลูกโซ่...มันเหมือนหรือว่าแตกต่างกันอย่างไร..ในวันนี้ทุกท่านจะได้รู้กันคับ
เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐิจและการเมืองในปัจจุบัน(กีฬาสีของคนเสื้อแดง)..ทำให้ต่างชาติหยุดการลงทุนในประเทศไทย...ภาวะการจ้างงานก็จะลดลงตามไปอีก...คนจึงหาอาชีพเสริมกันยกใหญ่...ธุรกิจเครือข่ายก็เป็นอีกธุรกิจหนึงที่..คนกำลังทยอยเข้ามาทำกันเป็นจำนวนมาก...แต่ประเด็นสำคัญก็คือ..คนเหล่านี้ไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย...หรือมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้...จึงทำให้คนเหล่านั้น...ตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่...กันเยอะแยะมากมาย...ผมก็เ็ป็นคนหนึ่งที่เคยตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่...หมดเงินไปเยอะ..เจ็บมาก็แยะ...ทำให้ผมรู้ว่าก่อนที่เราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม...เราควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน...อย่าทำไปเพราะความโลภ...หรือเพราะคำแนะนำเชิญชวนจากคนรู้จัก(เพราะคนรู้จักเขาอาจจะโดนหลอกมาอีกที) ...งั้นเรามาเริ่มกันเลยนะคับ
แชร์ลูกโซ่... หมายถึง... รูปแบบการดำเนินธุรกรรมที่มุ่งประสงค์เพื่อหารายได้จากการ ระดมทุน เป็นหลัก...โดยมีการสัญญาในการเข้าร่วมธุรกิจ ที่จะตอบแทนผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่สูงกว่าเงินลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการมักจะอ้างถึงการนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ต่อๆ ไป เพื่อปันรายได้แจกจ่ายผู้เข้าร่วมธุรกิจ อย่างทั่วถึง แต่ผลของมัน คือ การที่ตอบ แทนผลประโยชน์ในช่วงต้นๆ เพื่อกระตุ้น ให้เกิดการร่วมธุรกิจต่อ เนื่องจนเมื่อถึงจุดที่ผู้ประกอบการหวังผลในการระดม ทุนสำเร็จแล้ว ก็จะหาทางปิดตัวไปเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายผลประโยชน์ต่อๆ ไป หรืออาจจะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าฐานที่เข้ามาหรือผู้เข้าร่วมธุรกิจที่ เข้ามา ในช่วงหลังจะไม่สามารถหมุนเวียนเงินตอบแทนให้กับคนที่มาก่อนได้ ก็จะเริ่มปิดตัวลง
ประเภทของแชร์ลูกโซ่ มีอยู่ 6 ลักษณะ
1.ระบบพีระมิด (Pyramid System) ระบบนี้เน้นการหาสมาชิกรายหัว ..ซึ่งรายได้ของคนที่มาก่อนมาจากการหาสมาชิ กของคนใหม่ที่เกิดขึ้นในขั้น ฐาน หากเกิดการหาสมาชิกขาดช่วงลง สมาชิกที่มาก่อนจะเกิดผลกระทบในด้านรายได้ทันที... ซึ่งแตกต่างจากระบบ MLM ที่ ถึงแม้สมาชิกจะเข้ามาไม่มากก็จ่ายผลประโยชน์ตามระบบได้...ไม่ขึ้นอยู่กับ จำนวนฐานแต่อย่างใด...เพราะรายได้จะมาจากการขายสินค้าตัวเดิมให้ผู้บริโภค อย่างต่อเนื่อง...ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือระบบพีระมิดนั้น คนที่เข้าร่วมธุรกิจก่อนจะได้เปรียบมากที่สุด คนที่เข้ามาทีหลังไม่มีโอกาสแซงได้เลย
2.ระบบลูกโซ่แบบรู้จบ (Enless Chain System) ระบบนี้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ดี ๆ แต่มีการจบของระบบ... คือ การที่สมาชิกเข้ามาก่อนสามารถรับผลประโยชน์จากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ ...แต่..จำกัดลำดับขั้น ..ถ้าสิ้นสุดขั้นที่กำหนดก็ไม่มีสิทธิ์รับผลประโยชน์อีกสมาชิกในระดับถัดลง ไป... ก็ขึ้นมารับผลประโยชน์ต่อเป็นรายต่อไป รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ ..แต่กำหนดลำดับอย่างชัดเจน คือ... เมื่อเข้ามาครั้งแรกต้องจ่ายให้กับลำดับที่เพิ่งจะมีรายได้ จนกว่าลำดับตัวเองจะถูกดันขึ้นไปรับผลประโยชน์ ข้อสังเกตก็คือระบบนี้ สมาชิกที่มาภายหลังจะเริ่มไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆ... เพราะฐานคนจะเริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ การหาสมาชิกจะไม่ทันท่วงทีของการที่จะรับรายได้
3.ระบบลูกบอลหิมะ (Snow Ball System) ระบบนี้คล้ายกับการ Trading ระบบเงิน คือ ...การลงหุ้นในด้านการเงินแล้วแต่สัดส่วนที่จะลงทุน ลงน้อยได้ผลตอบแทนน้อย ลงทุนมากได้ผลตอบแทนมากตามสัดส่วน... การจ่ายผล-ประโยชน์มีเป็นงวดๆ ดังนั้น จะใช้เงินของนักลงทุน มาจ่ายให้กับคนที่ลงทุนก่อน หมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนกว่ารอบที่สัญญาจะหมดไปคล้ายๆ กับลูกหิมะที่ตกจากภูเขาสูงจะหมุนตัวจากลูกเล็กๆ ...จนเป็นก้อนหิมะยักษ์ที่ถล่มหมู่บ้านให้พังพินาศได้เป็นแถบๆ
เขียนมาเรื่อยๆ...จนชักเหนื่อยแล้วละซิคับ...งั้นที่เหลืออีก3ข้อผมขอยกไว้บทความครั้งต่อไปก็แล้วกันนะคับ...ขอบคุณที่ติดตามอ่านบทความของผมนะคับ...แล้วเจอกันบทความต่อไป...สวัสดีคับ
วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553
บลิชเชอร์!!!ตำนานแชร์ลูกโซ่พันธ์ใหม่
สวัสดีคับ...ท่านผู้อ่านที่เคารพรัก
ผมจะขอย้อนอดีต...เกี่ยวกับ บริษัท บลิชเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด....ซักเล็กน้อย...เพราะ...นักธุรกิจ...รุ่นใหม่อาจยังไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน...อาจจะเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านได้บ้าง...ไม่มากก็น้อยนะคับ....เริ่มกันเลย
ย้อนกลับไปเมื่อสักประมาณช่วงปี 2534 ได้มีกลุ่มธุรกิจกลุ่มหนึ่ง ชื่อ "บลิสเชอร์" และระบุว่าทำธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือไทม์แชริ่ง โดยเปิดรับสมาชิกจำนวนมาก ผู้สมัครในชั้นแรกจะต้องจ่ายเงินจำนวน 30,000 บาท และจะมีสิทธิ์เข้าพักในโรงแรมต่างๆ เป็นเวลา 4 วัน 4 คืนต่อปี นาน 20 ปี
ที่น่าสนใจก็คือ หากผู้สมัครจัดหาสมาชิกเข้าร่วมโครงการจะได้ค่าตอบแทนอีก 20% และหากสามารถจัดหาผู้สมัครรายอื่นเพิ่มเติม ก็จะได้ค่าตอบแทนอีก 20% โดยที่ผู้สมัครที่ให้การแนะนำเป็นคนแรก ก็จะได้ค่าตอบแทนเช่นกันลดหลั่นกันไป
เนื่องจากผู้ชักชวนมักจะกระตุ้นอยู่เสมอๆ ว่า หากหาสมาชิก เพิ่มได้อย่างน้อย 4-5 คน ก็จะคุ้มทุน 30,000 บาทที่เสียไปแล้ว แต่ถ้าหาสมาชิกได้จำนวนมากกว่านี้ รายได้จากเปอร์เซ็นต์ก็จะพอกพูนขึ้นตามจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น
เนื่องจากผู้ชักชวนมักจะกระตุ้นอยู่เสมอๆ ว่า หากหาสมาชิก เพิ่มได้อย่างน้อย 4-5 คน ก็จะคุ้มทุน 30,000 บาทที่เสียไปแล้ว แต่ถ้าหาสมาชิกได้จำนวนมากกว่านี้ รายได้จากเปอร์เซ็นต์ก็จะพอกพูนขึ้นตามจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น
ความจริงที่ปรากฏก็คือ การชักชวนชาวไร่ชาวสวนจากต่างจังหวัดเพื่อให้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก ด้วยการใช้รายได้จำนวนมหาศาลในการจูงใจ บางครั้งมีการนำเช็กที่สมาชิกบางคนได้รับมาโชว์ให้กับ "เหยื่อ" ที่กำลังสนใจได้ชมเป็นขวัญตาว่าหากทำได้จะได้รับผลตอบแทนเป็นเงิน 5 หลัก 6 หลักเลยทีเดียว
การเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่ของบลิสเชอร์ มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อกระทรวงการคลังได้ประกาศแถลงการณ์ให้ประชาชน ระวังในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือร่วมลงทุนในธุรกิจใด เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2536
เมื่อมีข่าวคราวออกไปดังกล่าวทำให้ประชาชนเริ่มระวังตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้การดำเนินการของบลิสเชอร์ สะดุดตามไปด้วย ซึ่งบลิสเชอร์ก็พยายามแก้เกมด้วยการใช้วิธีการโฆษณาผ่าน สื่อต่างๆ และยังชักชวนให้คนที่สนใจสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกและพร้อมจะจ่ายผลตอบแทนให้ในอัตราที่สูง
เมื่อปลายเดือนมกราคม 2537 และเริ่มมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาร้องเรียนต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นระลอกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเป็นสมาชิกของบลิสเชอร์ จากนั้นกระทรวงการคลังก็ได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมด รายงานต่อนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น พร้อมนายกฯยังมี คำสั่งให้กระทรวงการคลังรีบคลี่คลายปัญหานี้โดยเร็วก่อนที่เรื่องจะบานปลาย
ภายหลังการประชุมของคณะกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2537 ก็ตัดสินใจลงดาบ บลิสเชอร์ ในฐานะความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2534 ตามมาตรา 4 และ 5 ฐานหลอกลวงประชาชน
เป็นการปิดฉากแชร์ลูกโซ่พันธุ์ใหม่แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊พ จำกัด นายธน อัจฉริยวโรดม, น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ, น.ส.ปัญจวรรณ เบญจมาศมงคล, นายสาวิตร โกกิลานนท์, น.ส.มณีรัตน์ ถาวรยศ, นายแสงทอง แซ่กิม, นายกิตติ เสนีย์สิริกุล, นายอรรณพ กุลเสวตร์ และนายสุพจน์ โชติเสรีวิทย์ ร่วมกันเป็นจำเลยขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลย ทั้ง 10 เป็นบุคคลล้มละลาย โดยอ้างว่าจำเลยมีหนี้สินรวมกันถึง 727.44 ล้านบาท
โดยครั้งนี้มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนทางการมากกว่า 2 หมื่นราย
เพราะฉะนั้น...หากท่านไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย...ท่านควรจะศึกษาว่าธุรกิจที่ท่านทำอยู่นั้น...เข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่รึปล่าว...อย่ารีบตัดสินใจในการทำธุรกิจใดๆก็ตาม...ท่านควรศึกษาธุรกิจนั้นให้ดีเสียก่อน...ท่านถึงจะประสพความสำเร็จในธุรกิจนั้นๆ...ในบทความครั้งต่อไปผมจะเปรียบเทียบให้ดูว่า...แชร์ลูกโซ่กับธุรกิจเครือข่ายแตกต่างกันอย่างไร??
โปรดติดตามบทความของผมในครั้งต่อไปนะคับ^^
วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553
Unicityหลอก >ยูนิซิตี้ ทำที่บ้านได้จริงหรือ >ยูนิซิตี้ ทำทั่วโลกได้จริงหรือ
Unicityหลอก > Unicityทำที่บ้านได้จริงหรือ >Unicityหลอกว่าทำทั่วโลกได้จริงหรือ
"Unicityหลอก"..!!!..จริงหรือ???...ทำไมจึงมีแต่คนโดน.. "Unicityหลอก" ...!!!
จากข่าวเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว...ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาคดี..บลิชเชอร์..ซึ่งเป็นบริษัทที่ฉ้อโกงประชาชน...โดยทำเป็นลักษณะแชร์ท่องเที่ยว...เมื่อ14ปีก่อน...ซึ่ง1ในนั้นมีชื่อของนาย แสงทอง แซ่กิม (ชวิช กิม) เป็นจำเลยที่4โดยศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดจริง...โดยมีพฤติการณ์เป็นผู้บริหาร..อบรม..ชักชวนให้ประชาชนประกอบธุรกิจที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง...อันผิด พรบ.กู้ยืมเงินที่ฉ้อโกงประชาชนมีู้เสียหายที่เข้ามาร้องเรียนจำนวน 21,489 คน...ศาลจึงมีคำสั่งจำคุกจำเลย กระทงละ5ปี รวม 12,945ปี แต่จำคุกจริงได้เพียงคนละ20 ปี
1.Unicity เติบโตมากขึ้น มีผู้เข้าร่วมทำธุรกิจมากขึ้น ย่อมต้องมีพวกที่หวังรวยทางลัด ชักชวนผู้คนให้มาทำ Unicity ด้วยวิธีที่ไม่สมควร เช่น หลอกว่าทำUnicityเดือนเดียวก็ได้เป็นหมื่น หรือ หลอก ว่าสมัคร Unicity แล้วจะหาคนมาต่อให้ แต่สุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้อย่างที่บอกเอาไว้ จึงโดนผู้ที่สมัครเข้ามาโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตราหน้าว่า นักธุรกิจ Unicityหลอก ให้เสียเงินฟรี
2.ในปัจจุบันผู้ที่ทำธรกิจ Unicity ยังนิยมใช้วิธีการทำธุรกิจในแบบเดิมๆ คือ ลิสต์รายชื่อคนรู้จัก โทรชวนคนรู้จัก ซึ่งถ้าชวนแล้วเค้าทำธุรกิจกับเราก็ถือว่า เริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะไม่สามารถชักชวนคนรู้จักมาทำธุรกิจด้วยกันได้ เมื่อชวนคนรู้จักไม่ได้ ก็ไม่รู้จะไปชวนใคร สุดท้ายก็หันมากล่าวโทษว่า Unicityหลอก สอนให้ทำธุรกิจด้วยวิธีที่ไม่ได้ผล สาเหตุ ที่แท้จริง เกิดจากการที่ผู้คนส่วนใหญ่ ขาดความรู้ ความเข้าใจที่แท้จริง ในการทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งผมอยากจะพูดไว้ตรงนี้เลยว่า มีธุรกิจออนไลน์ที่ออกแบบมาสำหรับให้เราสามารถทำงานได้จากที่บ้านจริงๆ คือ ทำงานผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง เพียง แต่ว่า การที่เราจะทำธุรกิจ ด้วยวิธีออนไลน์นั้น เราต้องมี"ความรู้พื้นฐาน"ในการทำธุรกิจออนไลน์ที่ถูกต้องเสียก่อน จึงจะเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่าย จากที่บ้านได้
โดยเฉพาะการเฟ้นหาผู้ มุ่งหวังในโลกออนไลน์ ซึ่งมีวิธีที่ถูกต้องอยู่มากมาย แต่คนส่วนใหญ่กลับถูกสอนให้ใช้วิธี spam อีเมล์รบกวนผู้อื่นเขาไปทั่ว สุดท้ายผู้คนเหล่านั้นเกิดความรำคาญ ก็หันมากล่าวโทษ Unicityหลอก อีกเช่นเคย
การ จะลบคำว่า Unicityหลอก ออกจากใจของผู้คนได้ จึงต้องเริ่มจากการแสวงหาความรู้ในการทำธุรกิจเครือข่าย ที่ถูกต้อง สอดคล้องกับระบบสนับสนุนที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ นั่นคือ เราต้องรู้จัก "ระบบดึงดูดอัตโนมัติ" ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัย ระบบดึงดูดอัตโนมัติ เป็นตัวขับเคลื่อนและดึงดูดผู้คนเข้ามาหาเราทั้งสิ้น เราต้องรู้ว่า keyword analysis คืออะไร article marketing คืออะไร email marketing คืออะไร ถ้าไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ให้ถ่องแท้ ก็ยากที่เราจะทำธุรกิจเครือข่ายบนโลกออนไลน์ให้สำเร็จได้
เพราะว่า วิธีในการทำธุรกิจ สำคัญยิ่งกว่า ตัวธุรกิจเองครับ
การเลือกทำธุรกิจตัวใดตัวหนึ่งทุกวันนี้ เราจึงต้องถามตัวเราเองก่อนว่า อะไร คือวิธีในการทำธุรกิจที่ถูกต้อง และเราเข้าใจวิธีเหล่านี้อย่างถ่องแท้แล้ว จริงๆหรือไม่ ? ถ้า คำตอบ คือ ไม่ เรายังไม่ถ่องแท้ ก็ต้องเริ่มให้เวลาตัวเอง เรียนรู้ตั้งแต่วันนี้ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรากลายเป็นนักธุรกิจเครือข่าย ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง
ทีมของเราได้เขียน "คัมภีร์แรงดึงดูด" ขึ้นมา เพื่อให้ความรู้พื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในการทำธุรกิจเครือข่ายบนโลกออนไลน์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจทำธุรกิจเครือข่าย ทุกท่าน สามารถสร้างธุรกิจของท่านได้จากที่บ้าน และไม่มีข้อจำกัดเรื่องการขาดแคลนรายชื่อผู้มุ่งหวัง อีกต่อไป
อ่าน "คัมภีร์แรงดึงดูด" ให้จบ แล้วท่านจะรู้ว่า การทำธุรกิจเครือข่าย จากที่บ้าน เป็นเรื่องง่ายแค่ไหน ขอเพียงมีความรู้ที่ถูกต้อง อะไรก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ในโลกยุคปัจจุบันนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)